ถาม-ตอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพไฟฟ้า
Q:PQP

ถาม-ตอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพไฟฟ้า

 
 
 
กลับถาม-ตอบ
อะไรเป็นปัญหาทางไฟฟ้าที่พบมากที่สุด?
 

ปัญหาทางไฟฟ้าที่พบมากที่สุด ได้แก่
ไฟฟ้ากระชาก (Transient หรือ Spike) คือ สภาวะที่แรงดันไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหันในช่วงเวลาสั้นๆ โดยสามารถเข้าไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ทั้งจากสายส่งการไฟฟ้าฯ เครือข่ายสื่อสาร และสายโทรศัพท์
ไฟฟ้าเกิน (Surge) คือ สภาวะที่มีแรงดันไฟฟ้าไหลเข้ามามากเกินในช่วงเวลาสั้นๆ (จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ยาวนานกว่าไฟฟ้ากระชาก)
ไฟฟ้าตก (Sag หรือ Brownout) คือ สภาวะที่แรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงจากปกติในช่วงเวลาสั้นๆ

 

บนสุด
สาเหตุของการเกิดปัญหาทางไฟฟ้ามีอะไรบ้าง?
 

มีมากมายหลายสาเหตุที่สามารถทำให้เกิดปัญหาทางไฟฟ้าได้ ขอตอบแยกเป็น 2 สาเหตุหลักๆ ดังนี้

สาเหตุจากปัจจัยภายนอก

  • ฟ้าผ่าลงมาโดยตรง
  • ฟ้าผ่าในระยะไกลออกไป แต่แรงดันไฟสูงชั่วขณะสามารถถูกส่งมาตามสายสื่อสารได้
  • ไฟฟ้าตก/ไฟฟ้าดับ ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงตามมาในทันทีทันใด
  • การเปิด-ปิดสวิตช์ของระบบจ่ายไฟของการไฟฟ้า
  • ผู้ใช้อื่นๆ ที่อยู่ในระบบจ่ายไฟฯ เดียวกัน

สาเหตุจากปัจจัยภายใน

  • การเปิด-ปิดสวิตช์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ใช้พลังงานไฟฟ้ามาก (เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร, ลิฟต์, เครื่องปรับอากาศ, เตาอบ, เครื่องชงต้มกาแฟ และสวิตช์ระบบแสงสว่าง ฯลฯ)
  • การรับและจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความเหนี่ยวนำ (เช่น เครื่องถ่ายทอดเสียง, อุปกรณ์ที่มีขดลวดไฟฟ้าหรือมอเตอร์ ฯลฯ) รวมถึงการใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง ไฟฟ้าลัดวงจร หรือสายดิน
  • ไฟรั่วในหม้อแปลงไฟฟ้าหรือตัวควบคุมการจ่ายไฟฟ้า เป็นเหตุให้เกิดแรงดันไฟสูงชั่วขณะ ตามมาด้วยไฟฟ้าตกและไฟฟ้าดับ
บนสุด
UPS คืออะไร?
 

UPS เป็นคำย่อของ Uninterruptible Power Supply ถ้าแปลความหมายตรงตัว จะหมายถึง แหล่งจ่ายพลังงานต่อเนื่องนั่นเอง อาจกล่าวได้ว่า UPS ก็คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่สามารถทำการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างต่อเนื่องแม้ในเวลาที่ไฟดับหรือเกิดปัญหาทางไฟฟ้า โดยสามารถรับพลังงานไฟฟ้าได้ทุกสภาพ แล้วจ่ายพลังงานไฟฟ้าออกมาเป็นปกติ ส่วนประกอบสำคัญของ UPS มีดังนี้

  • แหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรอง - แบตเตอรี่ เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้กรณีเกิดไฟฟ้าดับ หรือไฟฟ้าตกชั่วขณะหนึ่ง โดย UPS จะสามารถจ่ายไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่ออยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ
  • เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า AC เป็น DC (Rectifier) หรือ เครื่องประจุแบตเตอรี่ (Charger) จะทำการแปลงกระแสไฟฟ้า AC ที่รับจากระบบจ่ายไฟ เป็นกระแสไฟฟ้า DC และประจุไว้ในแบตเตอรี่
  • เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า DC เป็น AC (Inverter) จะแปลงกระแสไฟฟ้า DC ที่รับจากแบตเตอรี่ เป็นกระแสไฟฟ้า AC เพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์

ปัจจุบันมีการผสมผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับการใช้งาน UPS เช่น มีซอฟต์แวร์สำหรับตรวจสอบและควบคุมการทำงานของ UPS

 

บนสุด
ทำไมต้องใช้ UPS?
 

ก่อนอื่นเราต้องประเมินความสำคัญของอุปกรณ์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์เสียก่อน หากพบว่า สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านพักอาศัยหรือสำนักงาน รวมถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีข้อมูลหรือโปรแกรมที่มีค่า ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เครื่องสำรองไฟฟ้า หรือ UPS ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน เนื่องจากการใช้ไฟฟ้าโดยตรงที่จ่ายจากระบบของการไฟฟ้าฯ สามารถเกิดปัญหาขัดข้องขึ้นได้อย่างคาดไม่ถึง ซึ่งปัญหาที่เกิดจากระบบจ่ายไฟฟ้านี้ มีได้หลายสาเหตุ เช่น สภาพอากาศ, การอยู่ใกล้กับแหล่งอุตสาหกรรม รวมถึงการจ่ายไฟฟ้าออกมาด้วยแรงดันไฟฟ้าที่สูงหรือต่ำเกินไปและแรงดันไม่คงที่ สาเหตุเหล่านี้สามารถก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอมพิวเตอร์ หากคุณนำอุปกรณ์ดังกล่าวต่อเข้ากับ UPS แล้ว จะช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดย UPS จะช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อเกิดปัญหาทางไฟฟ้า เช่น ไฟตก ไฟดับ ไฟกระชาก และไฟเกิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีไฟฟ้าสำรองจ่ายให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อเกิดไฟดับหรือไฟตก รวมถึงยังป้องกันสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าที่อาจสร้างความเสียหายต่อข้อมูลและอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อีกด้วย

 

บนสุด
UPS เหมาะสำหรับนำไปใช้งานใดบ้าง?
 

UPS เป็นอุปกรณ์ที่มีจุดประสงค์ในการใช้งานเพื่อสำรองไฟฟ้าสำหรับจ่ายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ในเวลาที่เกิดไฟดับหรือไฟตก, ปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เมื่อเกิดปัญหาทางไฟฟ้า รวมถึงป้องกันสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าที่อาจสร้างความเสียหายต่อข้อมูลและอุปกรณ์ไฟฟ้า ดังนั้น จึงสามารถนำไปใช้ได้กับทุกๆ การใช้งานที่มีความต้องการดังกล่าวไว้ข้างต้น เช่น ระบบงานคอมพิวเตอร์, หน่วยงานที่มีการจัดการและประมวลผลข้อมูล, ธนาคาร, ตลาดหุ้น, การโทรคมนาคม, เครื่องมือทางการแพทย์, เครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม และเครื่องมือ/อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในสำนักงาน ฯลฯ

 

บนสุด
UPS มีหลักการทำงานอย่างไร ทำไมจึงสามารถจ่ายไฟฟ้าสำรองได้ในกรณีเกิดไฟดับ?
 

เนื่องจาก UPS มีแบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบอยู่ภายใน และแบตเตอรี่นี้เองที่มีหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าสำรองไว้ใช้ในกรณีเกิดปัญหาทางไฟฟ้า (เช่น ไฟดับ, ไฟตก และไฟกระชาก เป็นต้น) ดังนั้น ในกรณีที่อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ไม่สามารถรับกระแสไฟฟ้าจากระบบจ่ายไฟการไฟฟ้าฯ ได้ หรือได้รับกระแสไฟฟ้าที่มีความผิดปกติของแรงดันไฟฟ้า แบตเตอรี่จะจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองที่เก็บไว้เพื่อให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเหล่านั้นสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและไม่เกิดการติดขัด โดยผู้ใช้จะสามารถทำงานต่อไปได้อีกระยะหนึ่งจนกระทั่งพลังงานจากแบตเตอรี่หมด

 

บนสุด
ข้อดีของ UPS ต่อระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง?
 

UPS สามารถจ่ายกระแสไฟสำรองทดแทนให้กับคอมพิวเตอร์ในขณะที่เกิดไฟดับหรือไฟตก หรือเรียกว่า Backup Time นอกจากนี้ยังรักษาระดับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงป้องกันสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าที่อาจสร้างความเสียหายต่อข้อมูล, คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่ออย่างมาก ทั้งในด้านการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อและเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายได้ เช่น

  • ใช้ไฟสำรองของ UPS ทดแทนการใช้ไฟฟ้าจากระบบจ่ายไฟของการไฟฟ้าฯ ได้ช่วงเวลาหนึ่ง
  • ช่วยให้สามารถบันทึกข้อมูล (Save) ของแฟ้มข้อมูลที่เปิดอยู่
  • ไม่ทำให้ข้อมูลและการทำงานของโปรแกรมผิดพลาด
  • สามารถ Shutdown ระบบคอมพิวเตอร์ได้ตามขั้นตอน
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ
  • หากมีซอฟต์แวร์พิเศษสำหรับ UPS นั้น จะสามารถตรวจสอบสภาวะการทำงานทางไฟฟ้า, การทำงานของ UPS และควบคุมการทำงาน เช่น ตั้งเวลา Shutdown หรือ Restart คอมพิวเตอร์, ตั้งเวลาทดสอบ UPS, การบันทึกรายงานสถานการณ์ทางไฟฟ้าและตรวจสอบย้อนหลังได้ ฯลฯ
บนสุด
มีวิธีการคำนวณขนาดของ UPS ให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะใช้งานอย่างไรบ้าง?
 

ขอยกตัวอย่างการคำนวณขนาดกำลังจ่ายของ UPS ที่เหมาะสมกับคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โดยเริ่มจากดูป้ายบอกค่าพิกัดกำลัง (Nameplate) ที่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์ (อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ก็มี Nameplate เช่นเดียวกัน) ป้ายนี้จะระบุแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า ที่ต้องการสำหรับใช้งาน
จากป้ายพบว่า คอมพิวเตอร์ ใช้งานที่แรงดันไฟฟ้า 220 V และใช้กระแสไฟฟ้า 1.5 A

  • ให้คำนวณค่า VA จะได้ = 220 x 1.5 = 330 VA
    (อุปกรณ์บางชนิดอาจให้ค่าเป็นพลังงานไฟฟ้า มีหน่วยวัตต์ (Watt-W) ให้แปลงกลับเป็นค่า VA
    โดยคูณค่าวัตต์ด้วย 1.4)
  • เลือก UPS ที่จะสามารถจ่ายไฟได้เพียงพอต่อระดับค่า VA ของอุปกรณ์ไฟฟ้า ในที่นี้ ขนาดของ UPS ที่สามารถต่อพ่วงกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างปลอดภัย คือ 330 VA ขึ้นไป
บนสุด
ซอฟต์แวร์สำหรับ UPS มีความสำคัญอย่างไรและมีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานควบคู่กับ UPS หรือไม่?
 

ปัจจุบันมี UPS หลายยี่ห้อด้วยกันที่ให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสภาวะการทำงานทางไฟฟ้าและควบคุมการทำงานของ UPS ได้ ด้วยซอฟต์แวร์สำหรับ UPS โดยเฉพาะ และใช้งานโดยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งซอฟต์แวร์พิเศษนี้มีหน้าที่หลักๆ เช่น

  • แสดงสถานะการทำงานของ UPS และสถานะของไฟฟ้าที่จ่ายจากการไฟฟ้าฯ
  • ตั้งเวลา Shutdown หรือ Restart คอมพิวเตอร์ และ UPS รวมถึงตั้งเวลาทดสอบ UPS ได้
  • รายงานสถานการณ์ทางไฟฟ้าและตรวจสอบสถานการณ์ย้อนหลังได้
บนสุด
ใช้ UPS รุ่น GREEN อยู่ สามารถใช้ต่อกับคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องได้หรือไม่?
 

หากคุณมีความจำเป็นต้องใช้กับคอมพิวเตอร์ถึง 2 เครื่อง ก็สามารถต่อเข้ากับ GREEN ได้ แต่เนื่องจาก UPS รุ่น GREEN รวมถึง OA Extra 525 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์เพียง 1 ชุดซึ่งประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง, เครื่องพิมพ์ 1 เครื่องและโมเด็ม 1 เครื่อง หากนำไปต่อกับคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องจะทำให้ Backup Time ลดลง จนบางครั้งอาจไม่มีเวลาเพียงพอต่อการบันทึกข้อมูลและปิดเครื่องตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ขนาดกำลังไฟที่คอมพิวเตอร์ต้องใช้และแบตเตอรี่ได้รับการประจุไว้เต็มหรือไม่ กรณีที่คุณต้องการนำ UPS ไปต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ขอแนะนำให้คุณเลือกใช้ UPS รุ่น ULTRA Series 525 BG เพราะเมื่อนำไปต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ Pentium III พร้อมด้วยจอสี 15" 1 เครื่อง จะมี Backup Time ถึง 28 นาที และถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ Pentium III พร้อมด้วยจอสี 15" 2 เครื่อง Backup Time จะลดลงเหลือ 8 นาที

 

บนสุด
ในกรณีที่ซื้อ UPS มาใหม่ จะต้อง charge แบตเตอรี่ก่อนการใช้งานหรือไม่?
 

ควรทำการ charge แบตเตอรี่ของ UPS ที่ซื้อมาใหม่ก่อนการใช้งานเป็นเวลา 12 ชั่วโมง

 

บนสุด
ในขณะที่มีการ charge แบตเตอรี่จำเป็นต้องเปิดสวิตช์เครื่อง UPS หรือไม่ และการเปิดหรือปิดเครื่องขณะ charge มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่หรือไม่ อย่างไร?
 

เวลาที่ทำการ charge แบตเตอรี่ จำเป็นต้องเปิดสวิตช์เครื่อง UPS ที่ด้านหน้าเครื่องจึงจะทำการ charge แบตเตอรี่ได้ ยกเว้น UPS รุ่น Ultra Series เท่านั้นที่ไม่ต้องเปิดสวิตช์เครื่อง ขณะทำการ charge แบตเตอรี่ และการเปิดหรือปิดเครื่องขณะทำการ charge แบตเตอรี่ ก็ไม่มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่แต่อย่างใด

 

บนสุด
UPS ของลีโอนิคส์ ต้อง charge แบตเตอรี่ให้เต็มก่อนการใช้งานทุกครั้งหรือไม่?
 

สำหรับ UPS ของลีโอนิคส์ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องประจุแบตเตอรี่ (charge) ก่อนการใช้งาน หากไม่เกิดไฟดับอย่างทันทีทันใด เพราะ UPS ของลีโอนิคส์ได้รับการออกแบบให้มีระบบประจุแบตเตอรี่อัตโนมัติ (Auto Charge System)
การทำงานของ UPS คือ จะแบ่งกระแสไฟฟ้าที่รับเข้ามาเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะทำการปรับแรงดันไฟฟ้า และกรองสัญญาณรบกวน จากนั้นจ่ายไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าตามปกติ อีกส่วนหนึ่งจะแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อประจุเก็บไว้ในแบตเตอรี่ กรณีเกิดไฟดับ ก็จะสามารถจ่ายไฟสำรองจากแบตเตอรี่ไปยังอุปกรณ์ที่ต่อใช้งานได้ทันที แต่อาจมีข้อยกเว้นสำหรับบางกรณี เช่น ไฟดับหรือขาดช่วงติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยที่ UPS ไม่สามารถประจุแบตเตอรี่ได้ จะทำให้เกิดอาการ Low Battery หรือประจุไฟฟ้าจากแบตเตอรี่หมดได้
เนื่องจาก UPS ที่ใช้ระบบนี้จะทำงานอยู่ตลอดเวลาที่มีการเสียบปลั๊ก UPS กับระบบจ่ายไฟฟ้า ไม่ว่าจะเปิดสวิตช์ UPS หรือไม่ก็ตาม ดังนั้น จึงต้องใช้เทคโนโลยีในการควบคุมระบบประจุแบตเตอรี่และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่ดี เพื่อป้องกันไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นได้

 

บนสุด
ในการเลือก Surge Protectors ควรพิจารณาสิ่งใดบ้าง?
 

การเลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง มีดังต่อไปนี้

  1. คุณสมบัติการใช้งานของอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ ควรพิจารณาดังนี้
    • Surge Current Capacity (ถูกกำหนดขึ้นโดยมาตรฐาน NEMA) หมายถึง ระดับกระแสไฟฟ้าสูงที่สุดที่อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะสามารถต้านทานได้ต่อการเกิดแรงดันสูงชั่วขณะหนึ่งครั้ง โดยระดับกระแสไฟฟ้านี้จะบ่งชี้ถึงความสามารถในการป้องกันของอุปกรณ์ฯ และใช้ในการเลือกอุปกรณ์ฯ ให้เหมาะกับแต่ละการใช้งาน เช่น นำไปใช้งานในพื้นที่โล่งแจ้งซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่าที่รุนแรง จะต้องพิจารณาถึงระดับกระแสไฟฟ้าสูงที่สุดของอุปกรณ์ฯ ซึ่งสูงมากพอที่จะสามารถต้านทานได้
    • Clamping Voltage เป็นคุณสมบัติที่อ้างอิงถึงจุดสูงสุดที่ยอมให้แรงดันไฟฟ้าไหลผ่าน หรือกล่าวได้ว่า เป็นค่าแรงดันไฟฟ้าที่อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะยอมให้ไหลผ่านไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่อเชื่อมอยู่ในขณะที่เกิดแรงดันสูงชั่วขณะ คุณสมบัตินี้ใช้วัดความสามารถในการลดแรงดันไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ของอุปกรณ์ฯ ซึ่งค่านี้ได้รับการรับรองจาก UL (Underwriters Laboratories)

  2. ด้านความปลอดภัย ควรพิจารณาดังนี้
    • อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ ควรมีการติดตั้งฟิวส์หรือตัวตัดไฟในวงจรที่จะทำการป้องกันโดยเฉพาะ เพื่อลบล้างกับ MOV ที่อาจเสียหายได้ในช่วงที่เกิดแรงดันสูงชั่วขณะ หรือเพื่อป้องกันการใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง
    • ในกรณีที่เกิดแรงดันไฟสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะจะต้องมีการป้องกันด้วยวิธีการต่างๆ เช่น มีการต่อสาย Line ไปยังสาย Neutral, สาย Line ไปยังสาย Ground, สาย Line ไปยังสาย Line และสาย Neutral ไปยังสาย Ground ฯลฯ
    • อุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ มีไฟหรือสัญญาณเตือน เพื่อแสดงสภาวะการทำงานของอุปกรณ์ฯ
    • มี Surge counter เพื่อแสดงสถานะขณะอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะเปิดใช้งานอยู่
บนสุด
อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดแรงดันสูงชั่วขณะในสายไฟ และสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างไร?
 

การเกิดแรงดันสูงชั่วขณะในสายไฟ มีได้มากมายหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น ปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่าและพายุฝนฟ้าคะนอง การทำให้เกิดเสาไฟล้ม หม้อแปลงระเบิด หรือแม้แต่การเปิด-ปิดสวิตช์อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมอเตอร์ใช้พลังงานไฟฟ้าสูง
เมื่อมีพลังงานไฟฟ้าจำนวนมากไหลผ่านวงจรไฟฟ้าขนาดเล็ก ทำให้เกิดความร้อน และร้อนขึ้นจนแดง จากนั้นโมเลกุลจะเปลี่ยนสถานะจากของแข็งเป็นก๊าซ (หรือควันนั่นเอง) และระเหยออกไป ทำให้วงจรไฟฟ้าเสีย แล้วอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือระบบไฟฟ้าก็จะได้รับความเสียหายไปด้วย ซึ่งบางครั้งการเกิดเช่นนี้ อาจต้องใช้เวลานานโดยได้รับการกระตุ้นซ้ำๆ เกิดขึ้นทีละเล็กละน้อย จนสั่งสมเป็นความเสียหายอย่างมหาศาลได้ในที่สุด

 

บนสุด
ทำอย่างไรจึงจะสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้?
 

ถ้าจะให้ตอบ วิธีที่แน่นอนที่สุด ก็คือ ไม่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีวงจรอิเล็กทรอนิคส์ หรือไม่ต้องเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งนั่นไม่ใช่คำตอบที่ดี เพราะในปัจจุบันการดำเนินชีวิตของเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกได้ ดังนั้น ทางที่ดีควรป้องกันที่แหล่งจ่ายไฟฟ้าไปยังระบบหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชากแรงดันสูงชั่วขณะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดความเสียหายขึ้นกับระบบหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ของคุณ

 

บนสุด